The Voice

อีกรายการที่จะต้องทำให้คุณนั้นสนุกสนาน และคุณจะได้ฟังเพลงในรูปแบบต่างๆได้เห็นความสามารถของคนที่เข้ารอบ และต้องบอกเลยว่ารายการนี้เป็นรายการที่น่าสนใจอีก 1 รายการเลยก็ว่าได้ ซึ่งจะมีโค้ด 4 คนและต้องบอกเลยว่าแต่ละฤดูกาลที่มีการจัดรายการขึ้นมานั้นก็มีความแตกต่าง แต่ที่สำคัญคือต้องบอกเลยว่าแต่ละคนนั้นก็เป็นนักร้องที่จัดได้ว่าฝีมือไม่ธรรมดา The Voice  อีก 1 รายการคุณภาพที่ต้องบอกเลยว่ามีผู้ชมรอติดตามกันเยอะมากเลยทีเดียว และที่สำคัญมันก็เป็นอีกหนึ่งรายการที่นำต้นแบบมาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ และมันเป็นรายการที่จัดได้ว่าเป็นรายการเพลงของคนรุ่นใหม่เลยก็ว่าได้ เพราะมักจะมีคนที่มีฝีมือเข้าไปประกวดร้องเพลงอยู่เสมอ และด้วยความที่มันเป็นการร้องเพลงดังนั้นรูปแบบของการร้องรวมถึงตัวนักร้องที่เข้าไปก็มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งต้องบอกเลยว่าแต่ละคนนั้นก็มีความสามารถในแบบของตัวเอง เพราะการร้องเพลงนั้นมีหลากหลายไม่ว่าจะเป็นสากลเพลงไทยเป็นต้น ดังนั้นรูปแบบของการแสดงมักจะเป็นแบบของการร้องเพลงและโชว์ศักยภาพในการใช้เสียง

และรูปแบบของการแข่งขันก็มีหลากหลายเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละรอบนั้นก็มีการแข่งขันที่แตกต่างกันออกไปไม่ว่าจะเป็น The Blind Audition หรือ Battle Round ซึ่งมันก็มีหลากหลายรอบกันเลยทีเดียว แต่ละแต่ละแบบแต่ละรอบมันก็มีความแตกต่างในการแข่งขันออกไป ซึ่งต้องบอกเลยว่ามันก็เป็นอีกหนึ่งความตื่นเต้นที่ผู้เข้าแข่งขันนั้นจะได้พบเจอ เพราะว่าคุณก็จำเป็นที่จะต้องแข่งขันไม่เพียงแต่กับผู้อื่นทั้งนั้น ถ้าคุณก็ต้องแข่งขันกับตัวเองด้วยตื่นเต้นจนเกินไปอาจจะทำให้คุณนั้นไม่ผ่านเข้ารอบ

The Voice

The Blind Audition

เป็นรอบการแข่งขันที่เราน่าจะเคยเห็นกันเพราะว่ารอบการแข่งขันนี้เป็นรอบคัดเลือก ที่ผู้เข้าแข่งขันนั้นจำเป็นจะต้องมาร้องเพลงเพื่อให้โค้ชทั้ง 4 นั้นฟังแล้วกรรมการจะเป็นคนเลือกในการนำเข้าทีม ซึ่งต้องบอกเลยว่าแต่กรรมการนั้นจะไม่รู้และจะไม่เห็นหน้าของผู้เข้าแข่งขัน จะได้ยินแต่เสียงเพลงที่ผู้เข้าแข่งขันนั้นร้องเท่านั้นดังนั้นถ้ากรรมการได้กดปุ่ม I want you เก้าอี้ก็จะหันกลับมาแสดงว่ากรรมการท่านนั้นให้ความสนใจคุณ และเมื่อจบเกมถ้ามีกรรมการหรือโค้ดฉันมาแค่คนเดียว คุณก็จำเป็นที่จะต้องอยู่ในทีมของโค้ชคนนั้นเลยแต่ถ้ามีหลายคนที่หันมาคุณ จะเป็นคนเลือกด้วยตัวของคุณเองและแต่ละทีมการแข่งขันจะมีสมาชิก 12 คน

Battle Round

ในรอบนี้จะมีความแตกต่างจากรอบคัดเลือก ก็เพราะว่าในรอบนี้ขอแต่ละคนนั้นก็จะมีสมาชิกอยู่ในทีมคนละ 12 คน ดังนั้นมันจะมีการแข่งในรอบนี้ที่ถูกเรียกว่า The Battle และโดยส่วนใหญ่แล้วโค้ดมักจะให้การฝึกซ้อมที่ดีกับเพลงเพื่อให้เข้ากับบุคคลให้เข้ากับสมาชิกในทีมของโค้ชแต่ละคนและมีการจับคู่มาร้องด้วยกันในเพลงเดียวกันและจำเป็นจะต้องตัดสินใจให้สมาชิกคนไหนผ่านเข้ารอบเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นดังนั้นต้องบอกหรือว่ารอบนี้ยังเป็นรอบที่สามารถแย่งชิงลูกทีมที่ตกรอบได้ด้วยและสามารถดึงได้ถึง 2 คนสำหรับคนที่แพ้ดังนั้นทำให้สุดท้ายแล้วแต่ละทีมก็จะเหลือคนประมาณ 8 คน 

The Knockout

มันจะมีความคล้ายกับรอบแบทเทิล เพราะว่าจะมีการนำลูกทีมของตัวเองนั้นต่างกันกับรอบ Battle สักนิดหน่อยก็คือสำหรับรอบนี้จะเป็นการร้องเพลงในรูปแบบของการตัดสินว่าจะให้ใครนั้นเข้ารอบต่อไป ซึ่งนอกจากจะใช้การร้องในการตัดสินแล้วว่าใครจะผ่านเข้ารอบถัดไป ต่างกันตรงที่เพลงในการร้องด้วยเพราะว่าแต่ละคนนั้นก็สามารถเตรียมตัวเอง ในรูปแบบของตัวเองมาได้จะไม่เหมือนกับรอบแบทเทิลที่จะต้องใช้เพลงเดียวกันนั้น มันจะเป็นรูปแบบของการได้รับอิสระในการร้องมากกว่า และที่สำคัญในรอบนี้ถ้าผ่านไปแล้วแล้วก็สมาชิกในทีมแต่ละทีมนั้นก็จะเหลือประมาณทีมละ 5 คนเท่านั้น

The Play Offs

จะได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรอบที่จะเต็มเพราะว่ามีการแสดงโชว์แบบเต็มรูปแบบ ซึ่งมันมีความคล้ายคลึงกับแบบสุดท้ายที่ถูกเรียกว่าไลฟ์โชว์ แต่ต้องบอกก่อนว่าในรูปแบบนี้มันจะเป็นการแสดงเต็มรูปแบบก็จริง แต่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบไลฟ์โชว์ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตอนที่โค้ชนั้นหนักใจ  เพราะจำเป็นจะต้องคัดออกจากทั้งหมดที่มีอยู่ 5 คนให้เหลือ 3 คนเท่านั้นเพื่อให้ไปสู่รอบต่อไปก็คือ รอบของไลฟ์โชว์นั่นเอง และรอบนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งรอบที่สามารถไปต่อ โดยที่ไม่ต้องมีการโหวตและโค้ชนั้นจะตัดสินใจจากองค์ประกอบต่างๆ ในการโทรเพื่อตัดสินใจว่าใครที่ควรจะไปต่อหรือใครที่ควรจะพอแค่นี้ 

Live Show

จำเป็นเหมือนขั้นตอนการสุดท้ายของการโชว์เลยก็ว่าได้ ซึ่งมันเป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่ทุกทีมโดยมีโค้ช 4 คนจะเหลือลูกทีมเพียง 3 คนตอกโค๊ต 1 คนเท่านั้น ดังนั้นต้องบอกเลยว่านี่ก็เป็นอีกหนึ่งรอบที่จะเป็นการโชว์แบบจัดเต็ม แต่ต้องบอกก่อนว่าการโชว์อย่างสุดท้ายนี้ จะไม่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจใดๆเลยแม้แต่น้อย ซึ่งในรอบนี้จะไม่มีใครที่สามารถคัดออกได้ในรอบนี้ จะเป็นรอบในการโหวตตัดสินอย่างเดียวเท่านั้นและดังนั้นในทุกๆสัปดาห์ ผู้เข้าแข่งขันก็จะมีการออกทีละ 2 คนโดยสูงสุดเริ่มจาก 12 จนมันเหลือ 4 คนสุดท้ายในรอบชิงชนะเลิศ เพื่อที่จะหาว่าใครนั้นเป็นหนึ่งและเป็นผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น